Quantitative Trading บน TradingView: เปลี่ยนแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยให้กลายเป็น Quant Lab ส่วนตัว

Quantitative Trading บน TradingView: เปลี่ยนแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยให้กลายเป็น Quant Lab ส่วนตัว

Photo by Ilya Pavlov / Unsplash

การเทรดในตลาดการเงินยุคใหม่ ไม่ได้อาศัยเพียงสัญชาตญาณหรือการดูกราฟเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเคลื่อนไปสู่ Quantitative Trading หรือการใช้วิธีเชิงคณิตศาสตร์และตรรกะในการตัดสินใจ เทรดเดอร์จำนวนมากอาจคิดว่าการทำ Quantitative Analysis จำเป็นต้องใช้เครื่องมือซับซ้อน ต้องเขียนโปรแกรม Python หรือใช้แพลตฟอร์มระดับ Hedge Fund เท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว...เราสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ TradingView

TradingView ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มวิเคราะห์กราฟ แต่ยังเป็น ห้องทดลองเชิง Quant (Quant Lab) ที่มีความสามารถมหาศาลผ่าน Pine Script ที่สามารถสร้างตัวชี้วัด (Indicators) และระบบทดสอบกลยุทธ์ (Strategy Tester) ได้ ซึ่งนั่นทำให้เราสามารถทดลอง สร้าง และทดสอบ Quantitative Models ได้ด้วยตัวเอง


🔑 เรามี สองเครื่องมือสำคัญ: Market Session Quant OHLC + vQuantX

1. Market Session Quant OHLC

นี่คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าใจ โครงสร้างตลาดในแต่ละ Session ไม่ว่าจะเป็น Asia, London, หรือ New York จุดแข็งของมันคือการ จับ OHLC (Open, High, Low, Close) ของแต่ละ Session มาทำเป็นกรอบวิเคราะห์

สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากมันได้คือ:

  • ช่วงตลาดใดกำหนดโทนของวัน (Session Bias)
  • ความยาวของ Range แต่ละ Session บอกถึงความผันผวน
  • ช่วง Overlap ของ Session มักเป็นเวลาที่เกิดแรงเหวี่ยงของราคาอย่างชัดเจน

เรียกได้ว่า Market Session Quant OHLC ทำหน้าที่เป็น เข็มทิศของตลาด ที่บอกเราว่าตอนนี้ “ทิศทางหลักอยู่ฝั่งไหน”


2. vQuantX

ถ้า Market Session คือ “เข็มทิศ” ที่บอกทาง vQuantX ก็คือ มาตรวัดพลังงาน ที่บอกเราว่า “แรงส่งของราคาแข็งแกร่งหรือไม่”

ด้วยค่าเชิงปริมาณ เช่น +800, +500, 0, -500, -800 เราสามารถตีความได้ว่า:

  • ค่าสูง (เช่น +800) = Trend ขาขึ้นแข็งแรง
  • ค่าต่ำ (เช่น -800) = Trend ขาลงชัดเจน
  • ใกล้ 0 = ตลาด Sideway หรือกำลังเปลี่ยนทิศ

มันไม่ใช่เพียง Indicator ธรรมดา แต่เป็น Quantitative Filter ที่ช่วยให้เราตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เข้าเมื่อโมเมนตัมชัด ออกเมื่อพลังงานกำลังหมด


🔗 การทำงานร่วมกัน

การใช้ Market Session Quant OHLC + vQuantX ร่วมกัน คือการนำ Context + Confirmation มาผสาน:

  • Market Session → ให้บริบทว่าตลาดกำลังอยู่ฝั่งไหน
  • vQuantX → ให้การยืนยันว่าพลังงานสอดคล้องกับทิศทางนั้นจริง

ตัวอย่างเช่น:

  • ถ้า Session Bias = Bullish และ vQuantX > +500 → Buy Confirm
  • ถ้า Session Bias = Bearish และ vQuantX < -500 → Sell Confirm
  • ถ้าไม่สอดคล้องกัน → ห้ามเทรด

นี่คือ Quantitative Logic ที่ชัดเจนและสามารถเขียนเป็น Pine Script ได้



⏳ Multi-Timeframe Alignment

หนึ่งในความลับของเทรดเดอร์ระดับสูงคือการดูตลาดหลาย Timeframe ไปพร้อมกัน TradingView เปิดโอกาสให้เราทำเช่นนั้นด้วยฟังก์ชัน request.security()

  • H4 = บอกแนวโน้มใหญ่
  • H1 = บอกจังหวะเข้าออก
  • M15 = บอกจังหวะ Entry ละเอียด

ตัวอย่าง Logic:

  • ถ้า H4 = Bullish และ H1 = Bullish และ vQuantX M15 > +500 → เปิด Long
  • ถ้า H4 = Bearish และ H1 = Bearish และ vQuantX M15 < -500 → เปิด Short

เมื่อหลายกรอบเวลา “พูดภาษาเดียวกัน” เราก็ได้ ความมั่นใจทางสถิติ ว่าตลาดกำลังไปในทิศทางนั้นจริง


🧪 Quant Lab บน TradingView

สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ...ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทดสอบได้จริงผ่าน Strategy Tester ของ TradingView เราสามารถ:

  • เขียนกฎ Entry/Exit
  • Backtest ย้อนหลัง 5-10 ปี
  • ดูผลลัพธ์เชิงตัวเลข: Win Rate, Profit Factor, Max Drawdown
  • ปรับแต่งพารามิเตอร์ เพื่อหากลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด

คุณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือราคาแพง ไม่ต้องติดตั้ง Server หรือ Docker ใดๆ เพราะ TradingView ทำหน้าที่เป็น Quant Lab ที่ใช้งานง่ายที่สุด อยู่แล้ว


✨ แรงบันดาลใจ

การเป็นเทรดเดอร์ที่ยืนระยะได้ ไม่ใช่เพราะโชค แต่เพราะ ระบบที่มีเหตุผลรองรับ การใช้ Quantitative Trading ไม่ได้หมายถึงการซับซ้อนเสมอไป แต่มันคือการเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้กลายเป็นตรรกะ เปลี่ยน “ความรู้สึก” ให้เป็น “ตัวเลข”

และที่สำคัญที่สุดคือ… คุณสามารถทำสิ่งนี้ได้จาก TradingView ที่คุณใช้อยู่ทุกวัน

วันนี้คุณอาจจะเป็นเพียงคนที่เปิดกราฟเพื่อดูราคา แต่พรุ่งนี้…คุณอาจเป็น Quant Trader ที่ใช้ TradingView เป็นห้องทดลอง เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่สามารถยืนหยัดในทุกสภาวะตลาด