ทำไม “เก่งขึ้น” ไม่ได้แปลว่า “เสถียรขึ้น”

ทำไม “เก่งขึ้น” ไม่ได้แปลว่า “เสถียรขึ้น”

Photo by Evan Dennis / Unsplash

ในการพัฒนาทักษะด้านการเทรด หลายคนคาดหวังว่า
เมื่อมีความรู้มากขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น และเข้าใจตลาดลึกขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้ควรจะ ดีขึ้นและเสถียรขึ้นโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเทรดจำนวนมาก
พบว่าความสัมพันธ์ระหว่าง “ความเก่ง” กับ “ความเสถียรของผลลัพธ์”
ไม่ได้เป็นเส้นตรงอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ในหลายกรณี นักเทรดที่มีทักษะสูงกว่า
กลับมีผลลัพธ์ที่ผันผวนมากกว่านักเทรดที่ดูเรียบง่ายกว่า

บทความนี้มีเป้าหมายเพื่ออธิบาย กลไกเชิงโครงสร้าง
ว่าทำไมปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงเกิดขึ้น


ความเก่งคือการเพิ่มความสามารถในการ “เลือก”

เมื่อประสบการณ์เพิ่มขึ้น นักเทรดมักจะ:

  • วิเคราะห์ข้อมูลได้หลายมุมมากขึ้น
  • เห็นรูปแบบตลาดได้หลากหลายขึ้น
  • เชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง Timeframe ได้ดีขึ้น
  • ใช้เครื่องมือและแนวคิดได้มากขึ้น

ทั้งหมดนี้ทำให้ “จำนวนทางเลือกในการตัดสินใจ” เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในเชิงระบบ นี่คือการเพิ่ม Degrees of Freedom
หรือจำนวนวิธีที่ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้งานตัดสินใจ

ความเก่งในที่นี้ จึงไม่ใช่แค่การรู้มากขึ้น
แต่คือการมี อิสระในการเลือกมากขึ้น


ความเสถียรไม่ได้เกิดจากทางเลือกที่มากขึ้น

ความเสถียรของผลลัพธ์
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีทางเลือกมากแค่ไหน
แต่ขึ้นอยู่กับว่า ทางเลือกเหล่านั้นถูกจำกัดอย่างไร

หากระบบหรือกระบวนการตัดสินใจ:

  • เปิดให้เลือกหลายแนวทางโดยไม่มีลำดับความสำคัญ
  • อนุญาตให้ปรับเงื่อนไขตามสถานการณ์เฉพาะหน้า
  • พึ่งพาการตีความของบุคคลเป็นหลัก

ความสามารถที่เพิ่มขึ้น
จะกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ผลลัพธ์ผันผวนมากขึ้น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง
ความเก่งที่ไม่มีกรอบรองรับ จะเพิ่มความไม่แน่นอนของผลลัพธ์


ความเก่งสามารถขยายทั้งผลลัพธ์ดีและผลลัพธ์แย่

ในเชิงสถิติ ความเก่งทำหน้าที่คล้าย “ตัวคูณ” (Multiplier)

  • ในบริบทที่เหมาะสม → ผลลัพธ์อาจดีมาก
  • ในบริบทที่ไม่เหมาะสม → ความเสียหายก็อาจรุนแรงขึ้น

เมื่อการตัดสินใจขึ้นกับดุลยพินิจเป็นหลัก
ผลลัพธ์จะขึ้นกับสภาวะทางจิตใจ การรับรู้ และความมั่นใจในขณะนั้น

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเทรดเก่ง ๆ
จะมีช่วงเวลาที่ทำผลงานได้ดีมาก
และช่วงเวลาที่แย่มากเช่นกัน

ความผันผวนนี้
ไม่ได้เกิดจากการ “ไม่เก่งพอ”
แต่เกิดจาก การใช้ความเก่งโดยไม่มีโครงสร้างควบคุม


ความเสถียรคือผลลัพธ์ของข้อจำกัด ไม่ใช่ความสามารถ

ระบบที่เสถียร มักมีลักษณะร่วมกันคือ:

  • จำกัดบริบทที่อนุญาตให้ตัดสินใจ
  • ลดการพึ่งพาการตีความเฉพาะหน้า
  • แยก “ข้อมูล” ออกจาก “การกระทำ” อย่างชัดเจน
  • ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนกฎตามอารมณ์หรือความมั่นใจ

ในระบบลักษณะนี้
ความเก่งของผู้ใช้งานไม่ได้หายไป
แต่ถูก “บังคับให้อยู่ในกรอบที่ควบคุมได้”

ผลลัพธ์จึงมีแนวโน้มสม่ำเสมอ
แม้ในช่วงที่ตลาดเปลี่ยนแปลง


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในการพัฒนาทักษะ

นักเทรดจำนวนมากเข้าใจว่า
การพัฒนา คือการเพิ่มความซับซ้อน

เช่น:

  • เพิ่มตัวแปร
  • เพิ่มเงื่อนไข
  • เพิ่มเหตุผลในการยกเว้นกฎ
  • เพิ่มการใช้ดุลยพินิจ

แต่ในเชิงระบบ
การพัฒนาเพื่อความเสถียร
มักหมายถึง การลดสิ่งที่ต้องตัดสินใจลง

ความก้าวหน้าไม่ได้อยู่ที่
“คิดเก่งขึ้นทุกครั้ง”
แต่อยู่ที่
“ไม่ต้องคิดในเรื่องที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป”


บทสรุป

การ “เก่งขึ้น” เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนา
แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่รับประกันความเสถียรของผลลัพธ์

ความเสถียรเกิดจาก:

  • โครงสร้างที่จำกัดการตัดสินใจ
  • กรอบการทำงานที่ชัดเจน
  • การลดบทบาทของอารมณ์และดุลยพินิจ
  • การออกแบบระบบเพื่อลดความผันผวน

ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความเก่ง
แต่อยู่ที่ ความเก่งถูกนำไปใช้อย่างไร

ในหลายกรณี
การพัฒนาอย่างแท้จริง
ไม่ใช่การเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ
แต่คือการ ออกแบบให้ไม่ต้องตัดสินใจในสิ่งที่ไม่จำเป็น